10.06.2561 นางอั้วเชียงแสน : สตรีที่มีความงามพร้อมเป็นที่ติดตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น.

1. ขอบคุณ และ อนุโมทนาบุญ สำหรับเนื้อเรื่องและรูปภาพ จาก


ความรักไม่เลือกว่าจะชนชั้นไหนหากมีใจต่อกันแล้วย่อมนำมาได้หลายสาเหตุ ดังเรื่องราวของสหายสามกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ของสามอาณาจักร..........

นางอั้วเชียงแสนมีพระนามว่า “สิม” หนังสือบางเล่มจึงเรียกพระนางว่า “นางอั้วสิม” โดยคำว่า “นางอั้ว”นั้นไม่ใช่พระนามประจำพระองค์แต่อย่างใด แต่เป็นคำที่หลายแว่นแคว้นใช้เรียกสตรีชั้นสูง (เชียงราย เชียงแสน พะเยา สิบสองปันนา ฯลฯ) การใช้คำว่านางอั้วจะบ่งบอกสถานะว่าเป็นเจ้าหญิงจากเมืองใด อาทิ นางอั้วเชียงแสน เป็นพระราชธิดากษัตริย์เชียงแสน เป็นต้น
นางอั้วเชียงแสนเป็นสตรีที่มีความงามพร้อมเป็นที่ติดตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น พระนางได้พบกับพ่อขุนรามคำแหงแห่งเมืองสุโขทัยหลังจากที่พ่อขุนรามฯเสด็จไปยังเมืองพะเยาในช่วงสงกรานต์ เพื่อดำหัวพญางำเมืองผู้ซึ่งเคยเป็นศิษย์ฤษีแห่งสำนักสมอคอลเช่นเดียวกัน(บ้างเรียกดอยด้วน บ้างเรียกสำนักสุกกะทันตะฤษี) พ่อขุนรามคำแหงนั้นเกิดจิตปฏิพัทธ์ต่อนางอั้วทันทีที่ได้พบเห็น แต่ก็เก็บงำความในพระทัยไว้มิได้แพร่งพรายแต่อย่างใด
เหตุการณ์ที่เป็นจุดพลิกผันระหว่างพญางำเมืองกับนางอั้วเชียงแสน คือ เมื่อนางอั้วได้ทรงปรุงแกงถวายกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ พญางำเมืองทรงชิมแล้วตรัสว่า “ชามปากกว้าง แกงมากไปหน่อย รสชาติจืดชืดไม่เข้มข้น” (คงประมาณว่า น้ำแก๋งนักไปหน้อย จ๋าง บ่ลำ)เหตุนี้ทำให้นางอั้วเสียพระทัยมาก พ่อขุนรามฯจึงทรงประโลมและเสวยแกงนั้นจนหมดหม้อ ความสนิทชิดเชื้อของนางอั้วและพ่อขุนรามฯก็คงจะเริ่มต้นจากจุดนี้
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น นางอั้วก็ขัดเคืองพระทัยไม่ทรงยอมให้พญางำเมืองเสด็จมาหา ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองพระองค์ขยายใหญ่ขึ้น จวบจนพ่อขุนรามคำแหงเข้ามาแทรกกลางในที่สุด ตำนานเมืองสุโขทัยกล่าวว่า พ่อขุนรามคำแหงทรงรู้ว่านางอั้วมีความปฏิพัทธ์ต่อพระองค์จึงลอบเข้าหาพระนางจนได้เสียกัน แต่ตำนานเมืองพะเยากล่าวว่า ขณะที่พญางำเมืองเสด็จไปหารือกับพญามังรายในเรื่องการศึกนั้น พ่อขุนรามคำแหงได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นพญางำเมืองเข้าหานางอั้วจึงได้เสียกัน เมื่อพญางำเมืองเสด็จกลับเรื่องจึงแดงขึ้นมา พญางำเมืองจึงทรงสั่งให้จับพ่อขุนรามคำแหงไปขังเอาไว้ในสุ่มไก่ แล้วจึงมีพระราชสาส์นทูลเชิญพญามังรายมาตัดสินคดีความ ซึ่งพญามังรายก็ไกล่เกลี่ยให้อโหสิกรรมต่อกัน และให้สิทธิ์พญางำเมืองเรียกสินไหมได้ตามแต่เห็นควร หลังจากนั้นกษัตริย์ทั้งสามพระองค์จึงกระทำสัตย์ปฏิญาณว่าจะเป็นสหายกัน ไม่ทรยศหักหลังกัน สถานที่กระทำสัตย์ปฏิญาณครั้งนั้นคือ บริเวณแม่น้ำอิง(ในสมัยนั้นชื่อแม่น้ำภู) นักประวัติศาสตร์พะเยาคาดเดาว่าสาเหตุที่พระนางยอมแก่พ่อขุนรามคำแหงนั้นน่าจะเป็นด้วยเหตุผลทางการเมืองมากกว่าความขัดเคืองพระสวามี เนื่องจากช่วงนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเชียงแสนกับพะเยาไม่ราบรื่นนัก การมีความสัมพันธ์กับกษัตริย์สุโขทัยจึงเป็นการคานอำนาจไม่ให้พญามังรายมารุกรานเมืองพะเยา อีกทั้งทำให้พ่อขุนรามคำแหงไม่กล้ารุกล้ำเมืองพะเยาอีกด้วย
แม้ทุกสิ่งจะคลี่คลายไปแล้ว ทว่าพญางำเมืองก็คงยากที่จะระงับพระทัยมิได้บังเกิดความอับอายได้ เพราะนี่มิใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับนางอั้วเชียงแสน เนื่องจากเมื่อครั้งที่พญางำเมืองยกทัพไปตีเมืองปัว (ปัจจุบันคืออำเภอปัว จังหวัดน่าน) ได้รับชัยชนะ ต่อมาพญาผานองราชบุตรของเจ้าเมืองปัวได้ยกทัพมาตีเอาเมืองคืน เมื่อสำเร็จพญาผานองก็มีรับสั่งให้จับนางอั้วเชียงแสนไปเป็นชายาของพระองค์อยู่ระยะหนึ่ง(พงศาวดารเมืองน่าน ภาคที่ ๑๐ ได้ระบุว่า นางอั้วเชียงแสนเคยเป็นชายาของพญาผานอง)
บั้นปลายชีวิตของนางอั้วเชียงแสนเป็นช่วงเวลาเดียวกับการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ เมื่อพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ ได้เชิญพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง ร่วมพิจารณาสร้างเมือง เมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้ว พญางำเมืองเสด็จกลับ โดยพญามังรายทรงมอบผอบมณีรัตนะ อันเป็นสมบัติต้นวงศ์แห่งลาวลังกราช และทรงเวนคืนเมืองพาน เมืองเชียงเคี่ยน และเมืองเทิงให้ พร้อมกับพระราชทานสตรีชั้นสูงให้อีกผู้หนึ่ง ฝ่ายพระนางอั้วเชียงแสนทรงทราบว่า พระราชสวามีมีพระชายาใหม่ ก็มีพระทัยโทมนัสยิ่ง รับสั่งให้เสนาอำมาตย์จัดแจงม้าพระที่นั่ง เสด็จออกติดตามพระสวามี หมายจักประหารพระชายาใหม่ให้สิ้นพระชนม์ แต่พระนางก็สิ้นพระชนม์เสียกลางทาง ด้วยเหตุพระทัยแตก พญางำเมืองทรงทราบด้วยความสลดพระทัยยิ่ง แต่มิรู้จะทำประการใดจึงจัดพระราชทานเพลิงพระศพพระนางอั้วเชียงแสนตามประเพณี ต่อมาได้มอบราชกิจต่าง ๆ ในการปกครองบ้านเมืองให้พญาคำแดงราชบุตร แล้วเสด็จไปประทับพักผ่อนที่เมืองงาว หรือเมืองง้าวเงิน (อำเภองาว จังหวัดลำปาง)


2.

Comments

Popular posts from this blog

10.06.2561 ภาพกลโคลงจาตุรทิศ ที่ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) โดยหลวงชาญภูเบศร

10.06.2561 เจ้าผู้ครองเมืองน่านยุคขึ้นกับสยาม.

10.06.2561 ข่วงประตูท่าแพ เมืองเชียงใหม่