10.06.2561 ข่วงประตูท่าแพ เมืองเชียงใหม่

1. ขอบคุณ และ อนุโมทนาบุญ สำหรับภาพและเนื้อเรื่อง จาก

ข่วงประตูท่าแพ เมืองเชียงใหม่
สามสิบปีมาแล้ว ที่ประตูท่าแพ และ ข่วงประตูท่าแพ
ถูกสร้างขึ้น ต้องใช้คำว่า "สร้างขึ้น"
เพราะสร้างขึ้นใหม่จริงๆ ไม่ได้บูรณะ
แต่คนเชียงใหม่ปัจจุบันลืมหมดแล้วว่า
อะไรเกิดขึ้น
เดิมทีเมืองเชียงใหม่โบราณมีกำแพงเมืองก่ออิฐ ป้อม และประตูเมืองชั้นใน 5 ประตู
ในราว พ.ศ. 2460 ความศิวิไลซ์
แพร่ขยายสู่เมืองเชียงใหม่
มีรถยนต์และความเจริญเติบโตของบ้านเมือง
มีมากขึ้น กำแพงเมืองถูก
กระทรวงธรรมการสมัยนั้น
ประมูลขายอิฐ จึงถูกรื้อถอนลง
เหลือแต่แจ่ง 4 แจ่ง และประตูเมือง
ก็ถูกรื้อลงหมดเพื่อขยายถนนกว้าง
สำหรับรถยนต์วิ่งได้สะดวก
ต่อมาราว พ.ศ. 2490 เศษๆ
เทศบาลเมืองเชียงใหม่ขณะนั้น ได้ออกแบบ
(ออกแบบใหม่ ไม่มีหลักฐานและรูปแบบโบราณเลย)
และสร้างประตูเมืองขึ้นใหม่
เพื่อให้บ้านเมืองสวยงาม
(นายช่าง ทองหยด จิตตะวีระ ผู้ออกแบบ)
คือ ประตูเมือง 4 ประตูทุกวันนี้
ยกเว้นประตูท่าแพ
สรุปแล้วประตูเมืองเชียงใหม่
ที่ปรากฏล้วนแต่เป็นสิ่งก่อสร้างใหม่
ไม่ใช่โบราณสถาน
ใน พ.ศ. 2527 - 2528
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่สมัยนั้น
(คุณชัยยา พูนศิริวงศ์)
สร้างประตูท่าแพและข่วงท่าแพขึ้นใหม่
ผู้ว่าฯชัยยาท่านเป็นชาวเชียงใหม่
เป็นสถาปนิกที่เคยเป็นผู้อำนวยการ
สำนักผังเมืองฯ เป็นคนรักบ้านเมือง
ตลอดเวลาที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ทุกๆปีท่านจะทอดผ้าป่าเพื่อบูรณะวัดในเมืองเชียงใหม่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมโดยไม่ใช้งบประมาณราชการใดๆ
ตัวอย่าง วิหารวัดปราสาท วิหารวัดต้นเกว๋น ฯลฯ
ก็ล้วนผลงานของท่าน
พ.ศ.2527 มีคนเก่าแก่ของเชียงใหม่
มอบภาพเก่าประตูท่าแพให้ท่าน
ทำให้ท่านผู้ว่าฯชัยยา พูนศิริวงศ์
มีดำริที่จะสร้างประตูท่าแพขึ้นใหม่
ให้เป็นรูปแบบถูกต้องตามโบราณ
(ไม่ใช่ประตูปลอม เช่นทุกวันนี้)
จึงมอบหมายให้ทีมงานกรมศิลปากรขณะนั้น
ถอดแบบและออกแบบให้
(ซึ่งรูปแบบที่สร้างปัจจุบัน ลดขนาดและความสูงลงมาก
เพราะสภาพแวดล้อมปัจจุบันต่างไปจากอดีต)
การก่อสร้างประตูท่าแพและข่วงประตูท่าแพ
เริ่มขึ้นใน พ.ศ.2528
โดยขออนุญาตกรมศิลปากร
เพราะที่ดินเป็นเขตโบราณสถาน
และไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการใดๆ
โดยท่านระดมเงินทุนจากภาคประชาชน
และเอกชนชาวเชียงใหม่มาดำเนินการทั้งหมด
ในการก่อสร้างมีปัญหาค่อนข้างมาก
เนื่องจากถูกชาวเมืองเชียงใหม่ส่วนหนึ่งคัดค้าน
สาปแช่ง กล่าวหาว่า ทำลายโบราณสถาน
ทำให้ขึดบ้านขึดเมือง
จนกระทั่งการสร้างประตูท่าแพ
และข่วงประตูท่าแพเสร็จ กระแสต่อต้าน จึงเงียบลง
เพราะดูดีกว่าประตูท่าแพเดิม
และกลายเป็นข่วงที่จัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์
ที่เป็นหน้าตาของบ้านเมือง
เรื่องราวเหล่านี้เป็นข้อมูลเพื่อให้ชาวเชียงใหม่ได้รู้ว่า
ประตูท่าแพและข่วงท่าแพ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรง
และน้ำใจของภาคประชาชนที่ร่วมมือร่วมใจสร้างขึ้น
เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ขอขอบคุณข้อมูลจากเฟสบุ๊ค ท่าน สุรพล ดำริห์กุล
นายชัยยา พูนศิริวงศ์
เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2523
ต่อจาก
นายประเทือง สินธิพงษ์ ผู้ว่าราชการคนก่อน
ซึ่งกระทำอัตวินิบากกรรม ถึงแก่กรรม
ในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อาคารแรก
นายชัยยา พูนศิริวงศ์
ถูกสบประมาทว่าจะบริหารราชการ
ในฐานะนักปกครองได้ดีอย่างไร
เนื่องจากไม่ได้ก้าวมาจากสายปกครอง
โดยตรงเลย คือไม่ผ่านการเป็นปลัดอำเภอ
ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ
ท่านมาจากผู้อำนวยการสำนักผังเมือง
กระทรวงมหาดไทย
เป็นนักสถาปนิก ไม่ใช่นักปกครอง
แต่ชาวเชียงใหม่
และในหมู่ข้าราชการระดับเดียวกันคิดผิดคาด
ท่านใช้ความรู้ ความสามารถเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดีไม่แพ้ผู้ว่าที่มาจากสายตรง หรืออาจจะเก่งกว่าผู้ว่าสายตรงบางคนเสียอีก ความเป็นนักสถาปนิก ทำให้มองเชียงใหม่ออกว่าจะพัฒนาไปทางทิศทางใด ท่านเลือกเมืองเชียงใหม่ ต้องเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสาตร์ โดยอนุรักษ์โบราณสถานให้คงอยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่ตลอดไป Cr.เพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น


2.

Comments

Popular posts from this blog

10.06.2561 ภาพกลโคลงจาตุรทิศ ที่ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) โดยหลวงชาญภูเบศร

10.06.2561 เจ้าผู้ครองเมืองน่านยุคขึ้นกับสยาม.