10.06.2561 วัดกู่เต้า เดิมชื่อ วัดเวฬุวนาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อว่า เจดีย์วัดกู่เต้าสร้างในสมัยที่พม่าครองเมืองเชียงใหม่ และเจดีย์ที่เห็นเป็นรูปทรงกลมนี้ก็เป็นที่บรรจุอัฐิของราชวงค์พม่า ชื่อพระเจ้าเม็งชานรธามังดุย.

1. ขอบคุณ และ อนุโมทนาบุญ สำหรับรูปภาพและเนื้อเรื่อง จาก

วัดแห่งหนึ่งของล้านนาที่มีรูปทรงเจดีย์แปลกตาแตกต่างจากเจดีย์ที่ถือเป็นหนึ่งเดียว.... วัดกู่เต้า เดิมชื่อวัดเวฬุวนาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีภูมิ ในทำเลที่เงียบสงบของเชียงใหม่ …
วัดนี้มีเจดีย์ที่ลักษณะแปลกกว่าเจดีย์อื่นๆในล้านนา … วัดนี้ไม่ปรากฏว่าเริ่มสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยใด แต่มีตำนานเล่าขานกันมาและเชื่อว่า เจดีย์วัดกู่เต้าสร้างในสมัยที่พม่าครองเมืองเชียงใหม่ ซึ่งรวมไปถึงอาณาจักรล้านนาทั้งหมด และเจดีย์ที่เห็นเป็นรูปทรงกลมนี้ก็เป็นที่บรรจุอัฐิของราชวงค์พม่า ชื่อพระเจ้าเม็งชานรธามังดุย ซึ่งเคยยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาตามบัญชาของพระมหาอุปราชานันทบุเรง พระเชษฐาต่างมารดาและเป็นกษัตริย์พม่าในสมัยนั้น แต่ถูกพระนเรศวรตีแตกพ่าย และยอมสวามิภักดิ์ในเวลาต่อมา ทำให้ตัดขาดจากพระเจ้านันทบุเรงและไม่อาจกลับคืนปิตุภูมิได้ จนสิ้นพระชนม์ที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2156
พระมหามังชวยเทา ซึ่งเป็นพระอนุชาได้จัดถวายเพลิงพระศพ และโปรดให้สร้างสถูปเจดีย์กู่เต้าเพื่อบรรจุอัฐิและพระอังคารธาตุ และโปรดให้สร้างวัดขึ้นมาในบริเวณดงก่อใผ่ จึงได้ชื่อว่าวัดเวฬุวันกู่เต้า ซึ่งชาวบ้านจะเรียกสั้นๆว่า วัดกู่เต้า ปัจจุบันมีชื่อเป็นทางการว่า วัดเวฬุวันวนาราม
เจดีย์กู่เต้า … รูปร่างลักษณะคล้ายผลแตงโมวางซ้อนกันขึ้นไป 5 ชั้น ซึ่งชาวล้านนาเรียกแตงโมว่า “บะเต้า”(บ้างก็ว่าตรงที่สร้างเจดีย์เคยเป็นสถานที่เผาพระศพราชวงค์องค์หนึ่งของพม่า ขี้เถ้าหรือขี้เต้า ในภาษาเหนือ จึงสร้างเจดีย์บนกองขี้เถ้าเผาพระศพนั้น) ชาวบ้านจึงเรียกเจดีย์นี้ว่า “เจดีย์กู่เต้า”รูปแบบเจดีย์ก่อนหน้านั้นเข้าใจว่ามีลักษณะเป็นแบบเดียวเจดีย์ปล่อง แต่ได้รับการบูรณะจนมีรูปแบบที่ปรากฎในปัจจุบัน
เจดีย์แต่ละชั้นจะมีซุ่มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆทั้ง 4 ด้าน มีการนำกระจกสีมาประดับเป็นรูปดอกไม้เล็กๆดูงดงามและประณีต ดูๆไปคล้ายกับการประดับกระเบื้องที่ “วัดอรุณ” ในกรุงเทพมหานคร … หลายคนให้ความเห็นว่า เดิมองค์เจดีย์น่าจะเป็นแค่ปูนเกลี้ยงๆ การนำกระเบื้องมาประดับบนเจดีย์น่าจะเกิดขึ้นภายหลังเมื่อครั้งมีการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งการนำกระเบื้องสีของถ้วยชามมาประดับเป็นลวดลายตามวัด เป็นความนิยมในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มักใช้กระเบื้องเป็นชิ้นๆแต่งแต้มหน้าบันของโบสถ์วิหาร เป็นสมัยที่ไทยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน และถ้วยกระเบื้องก็เป็นสินค้าหลักที่พ่อค้าชาวจีนนำมาขายในประเทศสยามโดยเรือสำเภา จะเรียกว่าสมัยนั้นเป็นยุคกระเบื้องเฟื่องฟูเลยก็ว่าได้
… ส่วนยอดของเจดีย์กู่เต้านั้น มีเจดีย์สีทององค์เล็กและปลายยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตร ลักษณะของศิลปะแบบพม่า.....วัดแห่งนี้ได้รับการนับถึอสักการะโดยกลุ่มชาวพม่า ไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่ มักมีงานบุญอยู่เนืองๆที่สำคัญคืองานบวชลูกแก้ว ปอยส่่างลอง เป็นประจำทุกปี
ทีนี้ลองมาอ่านในอีกมุมหนึ่งของเหล่าผู้ที่หาเหตุผลมาหักล้างถึงความน่าจะเป็นกับวัดกู่เต้าสร้างในสมัยที่พม่าครองเมืองเชียงใหม่เพื่อเก็บอัฐินรธาเมงสอ(พระเจ้าเม็งชานรธามังดุย)จริงหรือ ?
คำตอบคือ “ไม่น่าจะใช่” เพราะ
๑) วัดนี้มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังรายแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ทราบว่าวัดนี้สร้างตั้งแต่เมื่อไรต่อย่างน้อยในสมัยของกษัตริย์เชียงใหม่ชื่อพระญายอดเชียงรายก็มีวัดกู่เต้าแล้ว เพราะในพงศาวดารโยนก(หน้า ๓๕๕)ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนถึงการมีอยู่ของวัด ชื่อ“เวฬุวันกู่เต้า”ในรัชสมัยพระญายอดเชียงราย นอกจากนี้ พงศาวดารยังได้ระบุตำแหน่งของวัดด้วยว่า “อยู่ทางหัวเวียง”คืออยู่ทางทิศเหนือของเมืองตรงตามตำแหน่งของของวัดในปัจจุบัน
๒) อ.จีรศักดิ์ เดชวงญา เห็นว่าเจดีย์ทรงแปลกองค์นี้น่าจะเกี่ยวข้องในเชิงสถาปัตยกรรมหรือคลี่คลายมาจาก “เจดีย์ปล่อง”ล้านนา และทั้งอ.สันติ เล็กสุขุม อ.เสนอ นิลเดช และอ.จีรศักดิ์ ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าเจดีย์ปล่องในล้านนามีที่มาจาก “เจดีย์ถะ”ของจีน
๓) เมื่อตรวจสอบกับพงศาวดารก็พบว่าเจดีย์ที่ “วัดตะโปธาราม”ที่มีรูปทรงที่แม้จะไม่เหมือนแต่ก็ใกล้เคียงกับกับเจดีย์ที่วัดกู่เต้า สร้างในปี พ.ศ.2035
๔) ต่อมาพบศิลาจารึกวัดตะโปธารามซึ้งระบุปีสร้างตรงกับพงศาวดารเด๊ะเลย คือปีพ.ศ.2035ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระญายอดเชียงราย
๕) เหตูการณ์ทางการเมืองในเชียงใหม่ในสมัยก็สอดคล้องกับข้อเสนอทางศิลปกรรมกล่าวคือในสมัยนี้เชียงใหม่ใกล้ชิดกับทางจีนมากจนถูกกล่าวหาว่าปล่อยให้จีนเข้ามามีบทบาทในราชสำนักมากเกินไป
จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็ดีและรูปทรงของเจดีย์ก็ดีไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับทางพม่าเลย


2.

Comments

Popular posts from this blog

10.06.2561 ภาพกลโคลงจาตุรทิศ ที่ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) โดยหลวงชาญภูเบศร

10.06.2561 เจ้าผู้ครองเมืองน่านยุคขึ้นกับสยาม.

10.06.2561 ข่วงประตูท่าแพ เมืองเชียงใหม่