10.06.2561 57 หัวเมืองล้านนา หมายถึง เมืองขึ้นของนครเชียงใหม่ในสมัยราชวงศ์มังราย และสมัยนครเชียงใหม่อยู่ภายใต้การปกครองของพม่า.
1. ขอบคุณ และ อนุโมทนาบุญ ภาพและข้อมูล จาก
##กลุ่มเมืองขนาดกลางมี 7 เมือง
เมืองเชียงแสน
เมืองเชียงของ
เมืองตรอน
เมืองพะเยา
เมืองเทิง
เมืองปั่น
เมืองน่าน
##กลุ่มเมืองขนาดเล็ก มี 44 เมือง
เมืองลอ
เมืองปุ
เมืองลำปาง
เมืองแพร่
เมืองภูคา
เมืองระแหง หรือ เวียงหาง เวียงแหง
เมืองเชียงดาว
เมืองเชียงลา
เมืองเชียงลัด
เมืองลำพูน
เมืองปาย
เมืองพร้าว
เมืองยอง
เมืองฮิง
เมืองเลน
เมืองไฮ
เมืองฮาย
เมืองกก
เมืองแซ่
เมืองกาย
เมืองข่า
เมืองโก
เมืองขอน
เมืองจ้อด
เมืองหลวย
เมืองละโว้
เมืองลอง
เมืองโหล่ง
เมืองงาว
เมืองนิง
เมืองปูต่อ
เมืองรวง
เมืองเชียงรุ้ง
เมืองสิน
เมืองเถิน
เมืองตื่น
เมืองเชียงตุง
เมืองป่าแหงด
เมืองท่าไร่
เมืองสะมาด
เมืองข่าหรัด หรือ เมืองกื้ด
เมืองข่าไต
เมืองกันปี
เมืองป่าบง
(ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพม่าตอนบนในปัจจุบัน)
หัวเมืองล้านนายุคประเทศราชของสยาม ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใน ปี พ.ศ. 2275 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าเชียงใหม่ ปกครอง 57 หัวเมืองฝ่ายเหนือในฐานะประเทศราช ภายหลังการโปรดเกล้าฯ จากราชสำนักสยาม พระเจ้ากาวิละได้โปรดให้จัดพิธีเถลิงถวัลยราชสมบัติเข้าขึ้นครองอาณาจักรล้านนาตามราชประเพณีในราชวงศ์มังราย ยุคราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนนครเชียงใหม่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองการปกครองของล้านนาอย่างแท้จริง อำนาจจะกระจายอยู่ที่เจ้าผู้ครองนครต่างๆ เพียงแต่นครเชียงใหม่มีสิทธิธรรมสูงเป็นที่ยอมรับจากทั้งสยาม และเจ้าผู้ครองนครที่เป็นพระญาติวงศ์(นครลำปาง นครลำพูน) หรือนับถือกันเสมือนญาติมิตร(นครน่าน นครแพร่) โดยแบ่งหัวเมืองฝ่ายเหนือออกเป็น 4 ระดับ (พ.ศ. 2275 - 2442) ดังนี้
การเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงในเขตเมืองนครน่าน ให้ฝรั่งเศส เมื่อพ.ศ. 2446 บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำโขงเป็นเขตอิทธิพลของล้านนา ถือกันมาแต่โบราณว่าเขตแดนล้านนาจดกับแม่น้ำโขง แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นล้านนาและล้านช้าง (ลาว) หลักการข้างต้นยังปฏิบัติสืบมาถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เพราะมีหลักฐานกล่าวถึง เมืองเงิน หรือกุฎสาวดี ตั้งอยู่ฝั่งขวา ริมแม่น้ำโขงอยู่ในความปกครองของเมืองนครน่าน เมื่อ พ.ศ. 2415 คนในบังคับอังกฤษเดินทางเข้ามาค้าขายที่เมืองเงิน ถูกคนร้ายฆ่าตาย เจ้าผู้ครองนครน่านเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย หัวเมืองชายแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่ขึ้นกับเมืองนครน่าน ประกอบด้วย เมืองเงิน เมืองคอบ เมืองเชียงลม เมืองเชียงฮ่อน เมืองภูคา แม้จะเป็นเมืองชายขอบของเมืองน่าน แต่เมืองนครน่าน ดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเมื่อจักรวรรดิ์นิยมมีความต้องการดินแดน ส่วนนี้ก็เข้าแทรกแซงด้วยกำลังที่เหนือกว่า จนกระทั่งได้ไปในที่สุด
ประการที่สอง สืบเนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงบ่อเกลือ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริเวณต้นแม่น้ำน่าน เมืองที่มีบ่อเกลือมากได้แก่ เมืองเงิน จึงเกิดปัญหาโต้เถียงกันบ่อยที่สุด และเป็นเมืองที่อยู่ในเขต 25 กิโลเมตรทาง ฝั่งขวาแม่น้ำโขง โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำเงินซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง ประกอบกับเป็นเมืองที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ราษฎรส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นสิ่งยั่วยุให้ฝรั่งเศสคิดเข้าครอบครองบริเวณส่วนนี้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามราษฎรส่วนใหญ่ในเมืองเงิน มีความจงรักภักดีต่อเจ้าหลวงนครน่านมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการเกลี้ยกล่อม ของฝรั่งเศสไม่น้อย นอกจากเมืองเงินซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเขต 25 กิโลเมตรแล้ว ยังมีเมืองคอบ เมืองเชียงลม และ เมืองเชียงฮ่อน ล้วนต้องประสบปัญหาการเข้าแทรกแซงของฝรั่งเศสทั้งสิ้น
เหตุผลที่ไทยต้องยอมสูญเสียดินแดนดังกล่าวให้แก่ฝรั่งเศสในครั้งนั้น เพราะไทยต้องการยุติปัญหาการแย่งชิงเมืองเงิน ระหว่างเมืองนครน่าน กับหลวงพระบาง ซึ่งทั้งสองได้เข้ามาแย่งกันปกครองจนเกิดการวิวาทถกเถียงกันเสมอ โดยทุกครั้งไทยต้องพยายามอดกลั้นไม่ใช้กำลังโต้ตอบตลอดมา เพราะไม่ปรารถนาประจัญหน้ากับฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนการกระทำของหลวงพระบาง ฉะนั้นเพื่อยุติปัญหาที่ยืดเยื้อไทยจึงต้องยอมยกเมืองเงินและเมืองอื่น ๆ ในบริเวณนั้นให้แก่ฝรั่งเศสตามต้องการ ซึ่งเป็นผลให้การคุกคามของฝรั่งเศสด้านมณฑลพายัพยุติลงด้วย ทำให้ฝ่ายไทยมีโอกาสจัดการปกครองภายในมณฑลพายัพ ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นการสูญเสียดินแดนดังกล่าว เพื่อแลกกับการยึดครองเมืองจันทบุรีที่ฝรั่งเศสยึดไว้เป็นประกันซึ่งเป็นเมืองไทยแท้กว่าเมืองประเทศราช....
2.
57 หัวเมืองล้านนา หมายถึง เมืองขึ้นของนครเชียงใหม่ในสมัยราชวงศ์มังราย และสมัยนครเชียงใหม่อยู่ภายใต้การปกครองของพม่า ดังปรากฏในตำนาน พื้นเมืองของเชียงใหม่ว่า ใน สัตตปัญญาสล้านนา 57 หัวเมือง แต่ก็ไม่ได้ระบุว่ามีเมืองใดบ้าง ปัจจุบันมีหลักฐานที่พม่านำไปจากเชียงใหม่ในสมัยที่พม่าปกครองเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. 2101-2317) และได้แปลเป็นภาษาพม่า ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 ทางมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อ Zinme Yazawin หรือตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ฉบับภาษาพม่า ได้ระบุเมืองต่างๆ 57 หัวเมือง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเมือง คือ กลุ่มเมืองขนาดใหญ่ มี 6 เมือง กลุ่มเมืองขนาดกลางมี 7 เมือง และกลุ่มเมืองขนาดเล็กมี 44 เมือง
ภายหลังการกอบกู้เอกราชของล้านนาโดยการนำของพระเจ้ากาวิละ ได้ทรงสู้ขับไล่ข้าศึกพม่าให้พ้นแผ่นดินล้านนา ขยายขอบขัณฑสีมาอาณาจักรออกไปอย่างกว้างใหญ่ ได้กวาดต้อนผู้คนและสิ่งของจากหัวเมืองน้อยใหญ่ที่หนีภัยสงครามในช่วงที่พม่ายึดครอง และทรงสร้างบ้านแปงเมืองอาณาจักรล้านนาใหม่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระนามพระยากาวิละขึ้นเป็น พระบรมราชาธิบดี เป็นพระเจ้าประเทศราชปกครองเมืองเชียงใหม่และ 57 หัวเมืองล้านนา ถึงแม้ล้านนาในยุคนั้นจะแยกออกเป็น 5 นครประเทศราช อันประกอบด้วย นครเชียงใหม่ นครลำปาง นครลำพูน นครน่าน และนครแพร่ แต่ก็ถือว่านครเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางปกครองทั้ง 57 หัวเมือง
57 หัวเมืองขึ้นของนครเชียงใหม่ในสมัยราชวงศ์มังราย และสมัยนครเชียงใหม่อยู่ภายใต้การปกครองของพม่า (รัชกาลพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ รัชกาลพระนางวิสุทธิเทวีในพระเจ้าบุเรงนอง และรัชกาลพระเจ้าอโนรธาเมงสอ พ.ศ. 2101 - พ.ศ. 2150 ) จากหลักฐานที่พม่านำไปจากเชียงใหม่ในสมัยที่พม่าปกครองเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. 2101-2317) และได้แปลเป็นภาษาพม่า ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 ทางมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อ Zinme Yazawin หรือตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ฉบับภาษาพม่า ได้แบ่งเมืองออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
##กลุ่มเมืองขนาดใหญ่ มี 6 เมือง ได้แก่
เมืองฝาง
เมืองแหงหลวง หรือ หางหลวง
เมืองคอง
เมืองเชียงราย
เมืองสาด
เมืองแกน
เมืองฝาง
เมืองแหงหลวง หรือ หางหลวง
เมืองคอง
เมืองเชียงราย
เมืองสาด
เมืองแกน
##กลุ่มเมืองขนาดกลางมี 7 เมือง
เมืองเชียงแสน
เมืองเชียงของ
เมืองตรอน
เมืองพะเยา
เมืองเทิง
เมืองปั่น
เมืองน่าน
##กลุ่มเมืองขนาดเล็ก มี 44 เมือง
เมืองลอ
เมืองปุ
เมืองลำปาง
เมืองแพร่
เมืองภูคา
เมืองระแหง หรือ เวียงหาง เวียงแหง
เมืองเชียงดาว
เมืองเชียงลา
เมืองเชียงลัด
เมืองลำพูน
เมืองปาย
เมืองพร้าว
เมืองยอง
เมืองฮิง
เมืองเลน
เมืองไฮ
เมืองฮาย
เมืองกก
เมืองแซ่
เมืองกาย
เมืองข่า
เมืองโก
เมืองขอน
เมืองจ้อด
เมืองหลวย
เมืองละโว้
เมืองลอง
เมืองโหล่ง
เมืองงาว
เมืองนิง
เมืองปูต่อ
เมืองรวง
เมืองเชียงรุ้ง
เมืองสิน
เมืองเถิน
เมืองตื่น
เมืองเชียงตุง
เมืองป่าแหงด
เมืองท่าไร่
เมืองสะมาด
เมืองข่าหรัด หรือ เมืองกื้ด
เมืองข่าไต
เมืองกันปี
เมืองป่าบง
(ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพม่าตอนบนในปัจจุบัน)
หัวเมืองล้านนายุคประเทศราชของสยาม ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใน ปี พ.ศ. 2275 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าเชียงใหม่ ปกครอง 57 หัวเมืองฝ่ายเหนือในฐานะประเทศราช ภายหลังการโปรดเกล้าฯ จากราชสำนักสยาม พระเจ้ากาวิละได้โปรดให้จัดพิธีเถลิงถวัลยราชสมบัติเข้าขึ้นครองอาณาจักรล้านนาตามราชประเพณีในราชวงศ์มังราย ยุคราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนนครเชียงใหม่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองการปกครองของล้านนาอย่างแท้จริง อำนาจจะกระจายอยู่ที่เจ้าผู้ครองนครต่างๆ เพียงแต่นครเชียงใหม่มีสิทธิธรรมสูงเป็นที่ยอมรับจากทั้งสยาม และเจ้าผู้ครองนครที่เป็นพระญาติวงศ์(นครลำปาง นครลำพูน) หรือนับถือกันเสมือนญาติมิตร(นครน่าน นครแพร่) โดยแบ่งหัวเมืองฝ่ายเหนือออกเป็น 4 ระดับ (พ.ศ. 2275 - 2442) ดังนี้
เมืองนครประเทศราชล้านนา มี 5 หัวเมือง โดยถือว่านครเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง เจ้านครเชียงใหม่มีอานาจราชศักดิ์สูงสุดทัดเทียมกันกับเจ้านครหลวงพระบางของล้านช้างหรือเจ้านครกัมพูชา
นครเชียงใหม่
นครลำปาง
นครลำพูน
นครน่าน
นครแพร่
นครลำปาง
นครลำพูน
นครน่าน
นครแพร่
หัวเมืองขึ้นชั้นที่หนึ่ง หมายถึง เมืองที่มีเจ้าเมืองเป็นบุตรหลานหรือพระญาติวงศ์ทางการเสกสมรสของเจ้าผู้ครองนคร และสยามรับรองแต่งตั้งให้เป็น พระยา เจ้าเมืองขึ้น (ศักดินา 2,000 ไร่) ส่วนชาวเมืองเรียกว่า เจ้าหลวง เหมือนเรียกเจ้าผู้ครองนคร ก็สร้างความขัดเคืองอยู่ไม่น้อยให้กับทางสยาม หัวเมืองขึ้นชั้นที่หนึ่ง มี 8 หัวเมือง ได้แก่
เมืองพะเยา ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองฝาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงราย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงแสน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงของ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองตาก ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงาว ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองปาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองฝาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงราย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงแสน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงของ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองตาก ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงาว ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองปาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
หัวเมืองขึ้นชั้นที่สอง หมายถึง เมืองที่มีเจ้าเมืองเป็นบุตรหลาน ราชบุตรเขย ข้ารับใช้ใกล้ชิดของเจ้าผู้ครองนคร เป็นเครือญาติเจ้าฟ้าในรัฐฉานหรือเจ้านายไทลื้อของสิบสองพันนา เจ้าผู้ครองนครแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองชั้น พญา หรือ อาชญา โดยที่สยามไม่ได้รับรองแต่งตั้ง หรือหากสยามรับรองแต่งตั้งก็เป็นตาแหน่ง พระ ซึ่งสยามมองว่าเป็น พ่อเมือง (ศักดินา 600 ไร่) แต่ฝ่ายเจ้าผู้ครองนครถือเป็น เจ้าเมือง และชาวเมืองถือว่าเป็น เจ้า ดังนิยมเรียกเจ้าเมืองชั้นนี้ว่า เจ้าพญา หรือบางเมืองก็นิยมเรียกว่า เจ้าหลวง ที่หมายถึงเจ้าผู้มีอานาจราชศักดิ์ใหญ่หรือสูงสุดภายในบ้านเมืองเหมือนกับเรียกเจ้าผู้ครองนคร และเจ้าเมืองหัวเมืองขึ้นชั้นที่หนึ่ง ส่วนเมืองที่มีชาวไทใหญ่อาศัยจานวนมากอย่างกรณีเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองขุนยวม เมืองปาย ชาวเมืองก็เรียกเจ้าเมืองว่า เจ้าฟ้า หัวเมืองขึ้นชั้นที่สอง มี 10 หัวเมือง ได้แก่
เมืองสอง ขึ้นกับนครแพร่
เมืองเถิน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเงิน หรือ เมืองกุฎสาวดี ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเทิง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองภูคาขึ้นกับนครน่าน
เมืองป่าเป้า ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองสา ขึ้นกับนครน่าน
เมืองแม่ฮ่องสอน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองขุนยวม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงคำ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเถิน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเงิน หรือ เมืองกุฎสาวดี ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเทิง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองภูคาขึ้นกับนครน่าน
เมืองป่าเป้า ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองสา ขึ้นกับนครน่าน
เมืองแม่ฮ่องสอน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองขุนยวม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองเชียงคำ ขึ้นกับนครน่าน
หัวเมืองขึ้นชั้นที่สาม เป็นหัวเมืองระดับต่ำสุดสยามไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง และเจ้าเมืองในหัวเมืองชั้นนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวพันเป็นพระญาติวงศ์กับเจ้าผู้ครองนคร เจ้านายในราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนถือว่าเป็น ไพร่ผู้น้อย ที่เจ้าผู้ครองนครแต่งตั้งให้มีสมศักดิ์นามศักดิ์ครองเมืองเป็น พ่อเมือง แต่ภายในหัวเมืองขึ้นชั้นที่สามนี้ บางเมืองที่เป็นหัวเมืองขนาดใหญ่ หรือมีการสืบสกุลวงศ์ปกครองภายในบ้านเมืองตนเองมาหลายชั้นชั่วอายุคน ก็ถือว่าตนเป็น เจ้าเมือง และชาวเมืองก็ถือว่าเป็น เจ้า จึงนิยมเรียกเจ้าเมืองว่า เจ้าพญา หรือ พ่อเจ้า หัวเมืองขึ้นชั้นนี้มีเป็นร้อยหัวเมือง เดิมล้านนามี 57 หัวเมือง แต่ได้ขยายเพิ่มขึ้นอีกมาก เช่น
เมืองลอง ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองพาน ขึ้นกับนครลำพูน
เมืองเชียงดาว ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองพร้าว ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองฮอด ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองแจ๋ม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองปาน ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเมาะ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองตีบ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวัง ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวังเหนือ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวังใต้ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแจ้ห่ม ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองจาง ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเสริม ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแจ้ซ้อน ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองไชยพรหม ขึ้นกับนครน่าน
เมืองงั่ว ขึ้นกับนครน่าน
เมืองบ่อเกลือ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองหิน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงแลง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองสันทะ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองลี้ ขึ้นกับนครลำพูน
เมืองป๋อน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองสะเอียบ ขึ้นกับเมืองสา เมืองสาขึ้นกับนครน่าน
เมืองป๋ง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงเคี่ยน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองและ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองยวม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงอบ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองปอน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองท่าปลา ขึ้นกับนครน่าน
เมืองต้า ขึ้นกับเมืองลอง เมืองลองขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเตาะ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเสริมซ้าย ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแหง ขึ้นกับเมืองฝาง เมืองฝางขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองย่าง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองแจ๊ะ ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองยาว ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองมาย ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองกอบ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงลม ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงฮ่อน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองหนองขวาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
หัวเมืองเงี้ยวทั้งห้า ขึ้นกับนครเชียงใหม่
หัวเมืองกะเหรี่ยง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
ฯลฯ
เมืองพาน ขึ้นกับนครลำพูน
เมืองเชียงดาว ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองพร้าว ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองฮอด ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองแจ๋ม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองปาน ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเมาะ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองตีบ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวัง ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวังเหนือ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองวังใต้ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแจ้ห่ม ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองจาง ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเสริม ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแจ้ซ้อน ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองไชยพรหม ขึ้นกับนครน่าน
เมืองงั่ว ขึ้นกับนครน่าน
เมืองบ่อเกลือ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองหิน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงแลง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองสันทะ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองลี้ ขึ้นกับนครลำพูน
เมืองป๋อน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองสะเอียบ ขึ้นกับเมืองสา เมืองสาขึ้นกับนครน่าน
เมืองป๋ง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงเคี่ยน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองและ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองยวม ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองงอบ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองปอน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองท่าปลา ขึ้นกับนครน่าน
เมืองต้า ขึ้นกับเมืองลอง เมืองลองขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเตาะ ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองเสริมซ้าย ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองแหง ขึ้นกับเมืองฝาง เมืองฝางขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองย่าง ขึ้นกับนครน่าน
เมืองแจ๊ะ ขึ้นกับนครเชียงใหม่
เมืองยาว ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองมาย ขึ้นกับนครลำปาง
เมืองกอบ ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงลม ขึ้นกับนครน่าน
เมืองเชียงฮ่อน ขึ้นกับนครน่าน
เมืองหนองขวาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
หัวเมืองเงี้ยวทั้งห้า ขึ้นกับนครเชียงใหม่
หัวเมืองกะเหรี่ยง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
ฯลฯ
ในปีพ.ศ. 2435 นครเชียงใหม่ได้เสียฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน (ประเทศไทยเสียดินแดน ครั้งที่ 9) ได้แก่ หัวเมืองเงี้ยวทั้งห้า และหัวเมืองกะเหรี่ยงตะวันออกเป็นดินแดนรวม 13 หัวเมือง ให้กับประเทศอังกฤษในสมัย รัชกาลที่ 5 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ทางด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจและทรัพยากร อันอุดมด้วยดินแดนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ยิ่งสาเหตุที่อังกฤษเข้ายึดครอง "รัฐชายขอบล้านนา" บริเวณหัวเมืองเงี้ยวทั้งห้า และหัวเมืองกะเหรี่ยงตะวันออกเป็นดินแดนรวม 13 หัวเมือง (บริเวณที่เป็นดินแดนของสหภาพพม่าในปัจจุบัน) อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า เพราะความสำคัญทางเศรษฐกิจ ของดินแดนดังกล่าว ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้สัก นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุมาจากปัญหากรณีพิพาทเรื่องป่าไม้และปัญหาโจรผู้ร้ายตามหัวเมืองชายแดน ที่ทำให้รายได้ของอังกฤษจากการ เก็บภาษีป่าไม้ที่เมืองมะละแหม่งลดลง อังกฤษถือว่าเป็นการเสียผลประโยชน์มาก และประการสุดท้ายเป็นเพราะเชียงใหม่ ไม่สามารถควบคุมดูแลหัวเมืองชายแดนฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำสาละวินได้ ส่วนรัฐบาลกลางเข้าไปดูแลและแก้ไขสถานการณ์ ไม่ทันท่วงที ขณะที่อังกฤษแทรกอำนาจลงไปรวดเร็วกว่า ด้วยสาเหตุข้างต้นเปิดโอกาสให้อังกฤษยึดครองดินแดนชายขอบล้านนา
ในปีพ.ศ. 2446 นครน่าน ได้เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง (ประเทศไทยเสียดินแดน ครั้งที่ 11 ) พื้นที่ 25,500 ตร.กม. ประกอบด้วย เมืองเงิน เมืองคอบ เมืองเชียงลม เมืองเชียงฮ่อน เมืองภูคาให้กับประเทศฝรั่งเศส
การเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงในเขตเมืองนครน่าน ให้ฝรั่งเศส เมื่อพ.ศ. 2446 บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำโขงเป็นเขตอิทธิพลของล้านนา ถือกันมาแต่โบราณว่าเขตแดนล้านนาจดกับแม่น้ำโขง แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นล้านนาและล้านช้าง (ลาว) หลักการข้างต้นยังปฏิบัติสืบมาถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เพราะมีหลักฐานกล่าวถึง เมืองเงิน หรือกุฎสาวดี ตั้งอยู่ฝั่งขวา ริมแม่น้ำโขงอยู่ในความปกครองของเมืองนครน่าน เมื่อ พ.ศ. 2415 คนในบังคับอังกฤษเดินทางเข้ามาค้าขายที่เมืองเงิน ถูกคนร้ายฆ่าตาย เจ้าผู้ครองนครน่านเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย หัวเมืองชายแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่ขึ้นกับเมืองนครน่าน ประกอบด้วย เมืองเงิน เมืองคอบ เมืองเชียงลม เมืองเชียงฮ่อน เมืองภูคา แม้จะเป็นเมืองชายขอบของเมืองน่าน แต่เมืองนครน่าน ดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเมื่อจักรวรรดิ์นิยมมีความต้องการดินแดน ส่วนนี้ก็เข้าแทรกแซงด้วยกำลังที่เหนือกว่า จนกระทั่งได้ไปในที่สุด
สาเหตุการเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศสในปีพ.ศ. 2446 นั้น สืบเนื่องมาจากปัญหาสองประการ คือ
ประการแรก ผลของการตีความในสนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับดินแดน ฝั่งขวาแม่น้ำโขงในเขต 25 กิโลเมตร
ประการที่สอง สืบเนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงบ่อเกลือ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริเวณต้นแม่น้ำน่าน เมืองที่มีบ่อเกลือมากได้แก่ เมืองเงิน จึงเกิดปัญหาโต้เถียงกันบ่อยที่สุด และเป็นเมืองที่อยู่ในเขต 25 กิโลเมตรทาง ฝั่งขวาแม่น้ำโขง โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำเงินซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง ประกอบกับเป็นเมืองที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ราษฎรส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นสิ่งยั่วยุให้ฝรั่งเศสคิดเข้าครอบครองบริเวณส่วนนี้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามราษฎรส่วนใหญ่ในเมืองเงิน มีความจงรักภักดีต่อเจ้าหลวงนครน่านมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการเกลี้ยกล่อม ของฝรั่งเศสไม่น้อย นอกจากเมืองเงินซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเขต 25 กิโลเมตรแล้ว ยังมีเมืองคอบ เมืองเชียงลม และ เมืองเชียงฮ่อน ล้วนต้องประสบปัญหาการเข้าแทรกแซงของฝรั่งเศสทั้งสิ้น
เหตุผลที่ไทยต้องยอมสูญเสียดินแดนดังกล่าวให้แก่ฝรั่งเศสในครั้งนั้น เพราะไทยต้องการยุติปัญหาการแย่งชิงเมืองเงิน ระหว่างเมืองนครน่าน กับหลวงพระบาง ซึ่งทั้งสองได้เข้ามาแย่งกันปกครองจนเกิดการวิวาทถกเถียงกันเสมอ โดยทุกครั้งไทยต้องพยายามอดกลั้นไม่ใช้กำลังโต้ตอบตลอดมา เพราะไม่ปรารถนาประจัญหน้ากับฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนการกระทำของหลวงพระบาง ฉะนั้นเพื่อยุติปัญหาที่ยืดเยื้อไทยจึงต้องยอมยกเมืองเงินและเมืองอื่น ๆ ในบริเวณนั้นให้แก่ฝรั่งเศสตามต้องการ ซึ่งเป็นผลให้การคุกคามของฝรั่งเศสด้านมณฑลพายัพยุติลงด้วย ทำให้ฝ่ายไทยมีโอกาสจัดการปกครองภายในมณฑลพายัพ ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นการสูญเสียดินแดนดังกล่าว เพื่อแลกกับการยึดครองเมืองจันทบุรีที่ฝรั่งเศสยึดไว้เป็นประกันซึ่งเป็นเมืองไทยแท้กว่าเมืองประเทศราช....
เครดิตเรื่องและภาพจากเรื่องเล่าชาวล้านนา
2.


Comments
Post a Comment